ขั้นตอนขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจากสภาทนายความ และคุณสมบัติที่ต้องมี
เมื่อเกิดปัญหากฎหมายและต้องการที่ปรึกษา แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน การขอความช่วยเหลือจาก ทนายอาสา สภาทนายความ เป็นทางเลือกที่หลายคนนึกถึง บทความนี้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจากสภาทนายความ ทั้งเรื่องคุณสมบัติผู้ขอ เอกสารที่ต้องเตรียม และขอบเขตงานที่ทนายอาสาช่วยได้ โดยเนื้อหาอ้างอิงจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องและแนวทางปฏิบัติทั่วไป ผู้อ่านควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับสภาทนายความโดยตรงอีกครั้ง
ทนายอาสาสภาทนายความ คือใคร และทำอะไรได้บ้าง?
ทนายอาสาสภาทนายความคือทนายความที่จดทะเบียนและรับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเข้าร่วมโครงการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายของสภาทนายความ โดยให้คำปรึกษาและช่วยว่าความในบางกรณีโดยไม่คิดค่าจ้างหรือคิดในอัตราที่ต่ำกว่าปกติ ท่านทำหน้าที่ได้เหมือนทนายความทั่วไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 ที่ให้คู่ความตั้งทนายความคนเดียวหรือหลายคนเพื่อว่าความแทนได้
การช่วยเหลือของทนายอาสาไม่ใช่การรับประกันว่าคดีจะชนะ และไม่ใช่การรับทำคดีทุกประเภท แต่เป็นช่องทางให้ประชาชนที่ขาดแคลนได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น หากต้องการเลือกทนายความให้ตรงกับลักษณะคดีของตนเอง สามารถศึกษาแนวทางได้จาก เลือกทนายความให้ตรงคดี เพื่อประกอบการตัดสินใจ
ใครมีสิทธิขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจากสภาทนายความได้บ้าง?
โดยหลักคือผู้ที่ไม่มีเงินเพียงพอจะจ้างทนายความเอง และมีคดีที่อยู่ในขอบเขตที่สภาทนายความให้การช่วยเหลือ โดยต้องเป็นผู้ที่เดือดร้อนและต้องการคำปรึกษาเชิงกฎหมายจริง ไม่ใช่ผู้ที่ต้องการคำแนะนำเพื่อประโยชน์ทางการค้า ส่วนเกณฑ์รายได้และเงื่อนไขเฉพาะนั้นขึ้นอยู่กับระเบียบของสภาทนายความในแต่ละช่วงเวลา ผู้สนใจควรสอบถามโดยตรง
สำหรับคดีอาญาที่มีอัตราโทษจำคุก หากผู้ต้องหาไม่มีทนายความและต้องการความช่วยเหลือ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/1 กำหนดให้รัฐจัดหาทนายความให้ในบางกรณี จึงเป็นอีกช่องทางที่เกี่ยวข้องกัน แต่การขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความมีขั้นตอนแยกต่างหากที่ต้องยื่นเรื่องและรอการพิจารณา
ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างเมื่อขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความ?
โดยทั่วไปต้องเตรียมบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดี เช่น หมายเรียก หมายศาล หนังสือสัญญา หรือหลักฐานการติดต่อที่เกี่ยวข้อง หากเป็นคดีที่ศาลนัดแล้วควรนำสำเนาคำฟ้องหรือเอกสารจากศาลไปด้วย เพื่อให้ทนายอาสาประเมิน案情ได้ทันการณ์
ในบางกรณีอาจต้องมีหนังสือรับรองรายได้หรือหลักฐานแสดงฐานะการเงินเพิ่มเติม แต่รายละเอียดขึ้นอยู่กับดุลพินิจของสภาทนายความและลักษณะคดี ควรโทรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทางไปเพื่อไม่ให้เสียเวลา
ทนายอาสาช่วยงานด้านใดได้บ้าง และไม่ช่วยงานด้านใด?
ทนายอาสาช่วยให้คำปรึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ช่วยร่างเอกสารทางกฎหมายบางประเภท และช่วยว่าความในคดีที่อยู่ในโครงการ เช่น คดีแพ่งที่เกี่ยวกับที่ดิน หนี้สิน ครอบครัว หรือคดีอาญาที่มีโทษไม่รุนแรง โดยทั่วไปไม่รับช่วยในคดีที่ซับซ้อนหรือต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
ข้อจำกัดที่สำคัญคือ ทนายความต้องดำเนินกระบวนพิจารณาแทนคู่ความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 62 แต่การจำหน่ายสิทธิ เช่น ยอมรับตามคำเรียกร้อง ถอนฟ้อง ประนีประนอมยอมความ ต้องได้รับอำนาจโดยชัดแจ้งจากตัวความ ดังนั้นทนายอาสาจะตัดสินใจแทนในเรื่องสำคัญไม่ได้หากไม่มีหนังสือมอบอำนาจระบุไว้
การตั้งทนายความต้องทำเป็นหนังสืออย่างไร และใช้ได้แค่ไหน?
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 61 การตั้งทนายความต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อตัวความและทนายความ ยื่นต่อศาลเพื่อรวมไว้ในสำนวน และใช้ได้เฉพาะคดีเรื่องที่ยื่นไว้เท่านั้น หากจะตั้งทนายในคดีอื่นต้องทำหนังสือใหม่
ผู้รับมอบอำนาจให้เป็นผู้แทนในคดีจะว่าความอย่างทนายความไม่ได้ แต่สามารถตั้งทนายความแทนได้ตามมาตรา 60 ซึ่งหมายความว่าหากมีผู้แทนมาดำเนินการแทน ก็ยังต้องมีทนายความที่จดทะเบียนถูกต้องเป็นผู้ว่าความในศาล
คนที่ไม่ได้เป็นทนายความว่าความแทนคนอื่นได้ไหม?
ไม่ได้ โดยพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 33 ห้ามผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาต หรือผู้ที่ขาดจากการเป็นทนายความหรือต้องห้ามทำการเป็นทนายความ ว่าความในศาล หรือแต่งฟ้อง คำให้การ อุทธรณ์ ฎีกา คำร้อง หรือคำแถลงเกี่ยวกับการพิจารณาคดีในศาลให้บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำตามหน้าที่ตามกฎหมาย
หากฝ่าฝืนมาตรา 33 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 82 ดังนั้นการจ้างคนที่อ้างว่าช่วยว่าความได้ทั้งที่ไม่มีใบอนุญาตจึงเสี่ยงทั้งคดีและเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญา
ทนายอาสามีหน้าที่รักษาความลับของเราแค่ไหน?
ทนายความต้องไม่เปิดเผยความลับของลูกความที่รู้มาในหน้าที่ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากลูกความหรือโดยอำนาจศาล ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 ข้อ 11 ดังนั้นสิ่งที่เราบอกทนายอาสาจะถูกเก็บเป็นความลับ และสามารถบอกได้อย่างเต็มที่เพื่อให้ท่านช่วยวิเคราะห์คดีได้ถูกต้อง
นอกจากนี้ข้อ 12 ยังห้ามทนายความจงใจขาดนัด ทอดทิ้งคดี จงใจละเว้นหน้าที่ในการดำเนินคดีของลูกความ หรือปิดบังข้อความที่ควรแจ้งให้ลูกความทราบ หากพบว่าทนายอาสาทำผิดมรรยาทดังกล่าว สามารถร้องเรียนต่อสภาทนายความได้
ทนายอาสาโฆษณาชวนเชื่อหรือบอกได้ไหมว่าคดีจะชนะ?
ไม่ได้ เพราะข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 ข้อ 10 ห้ามทนายความใช้อุบายจูงใจให้มอบคดี เช่น หลอกว่าคดีจะชนะทั้งที่รู้ว่าจะแพ้ อวดอ้างว่ามีความรู้ยิ่งกว่าทนายคนอื่น หรืออวดอ้างว่ารู้จักคุ้นเคยกับผู้ใดที่ทำให้ได้ผลพิเศษ นอกจากทางว่าความ
ข้อ 17 ยังห้ามทนายความประกาศโฆษณาหรือยอมให้ผู้อื่นโฆษณาอัตราค่าจ้างว่าความ หรือแจ้งว่าไม่เรียกค่าจ้าง เว้นแต่เป็นการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายที่ดำเนินการโดยสภาทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และห้ามโฆษณาชื่อ คุณวุฒิ ตำแหน่ง สำนักงาน ในทางโอ้อวดเป็นเชิงชักชวน เว้นแต่แสดงตามสมควรโดยสุภาพ ดังนั้นหากพบทนายอาสาหรือทนายความทั่วไปโฆษณาในลักษณะต้องห้าม ควรระวังและตรวจสอบก่อนมอบคดี
ถ้าต้องขึ้นศาลแต่ไม่มีเงินจ่ายค่าธรรมเนียม ทำอย่างไรได้บ้าง?
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 155–156 คู่ความที่ไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาล อาจยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลต่อศาลชั้นต้นพร้อมคำฟ้อง คำให้การ อุทธรณ์ หรือฎีกา หรือยื่นในเวลาใดก็ได้ถ้าตกเป็นผู้ไม่สามารถเสียในภายหลัง การขอยกเว้นค่าธรรมเนียมนี้เป็นคนละเรื่องกับการขอทนายอาสา แต่สามารถทำควบคู่กันได้
ส่วนการดำเนินคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ ข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563 ข้อ 4 เปิดทางให้ศาลกำหนดให้ดำเนินกระบวนพิจารณาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เมื่อเห็นสมควรหรือเมื่อคู่ความร้องขอ โดยคำนึงถึงความสะดวกและประหยัดสำหรับคู่ความที่ยังเข้าถึงเทคโนโลยีไม่ได้ และข้อ 13 ให้นั่งพิจารณาและบันทึกคำเบิกความพยานทางอิเล็กทรอนิกส์ได้โดยไม่ทำให้สิทธิในการต่อสู้คดีลดน้อยลง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทนายอาสา สภาทนายความ
ต้องมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์เท่าไรจึงจะขอทนายอาสาได้?
เกณฑ์รายได้และหลักเกณฑ์การพิจารณาขึ้นอยู่กับระเบียบของสภาทนายความในแต่ละช่วง ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยน ควรติดต่อสภาทนายความโดยตรงเพื่อสอบถามเงื่อนไขล่าสุดก่อนยื่นคำขอ
ถ้าเป็นคดีที่ศาลนัดแล้ว แต่ยังไม่มีทนาย จะขอทนายอาสาทันไหม?
สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับระยะเวลาและดุลพินิจของสภาทนายความ หากเป็นคดีอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกและผู้ต้องหาไม่มีทนาย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/1 กำหนดให้รัฐจัดหาทนายความให้ในบางกรณี ซึ่งเป็นอีกช่องทางที่อาจช่วยได้
ทนายอาสาคิดค่าจ้างไหม?
การช่วยเหลือของทนายอาสาโดยทั่วไปไม่มีค่าจ้างหรือคิดในอัตราที่ต่ำกว่าปกติ ตามข้อบังคับมรรยาททนายความ ข้อ 17 ห้ามทนายความโฆษณาเรื่องค่าจ้าง เว้นแต่เป็นการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายที่ดำเนินการโดยสภาทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรสอบถามเรื่องค่าจ้างจากโฆษณา แต่ให้สอบถามผ่านช่องทางของสภาทนายความโดยตรง
ข้อมูลคดีที่เล่าให้ทนายอาสาฟังจะรั่วไหลไหม?
ทนายความมีหน้าที่รักษาความลับตามข้อบังคับมรรยาททนายความ ข้อ 11 จึงไม่สามารถเปิดเผยได้เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากลูกความหรือโดยอำนาจศาล
ถ้าทนายอาสาทำหน้าที่บกพร่อง ร้องเรียนที่ไหน?
สามารถร้องเรียนต่อสภาทนายความได้ เนื่องจากข้อ 12 กำหนดห้ามทนายความจงใจขาดนัด ทอดทิ้งคดี จงใจละเว้นหน้าที่ หรือปิดบังข้อความที่ควรแจ้งให้ลูกความทราบ
ทนายอาสาใช้พยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ได้ไหม?
ได้ ข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563 ข้อ 15 ห้ามปฏิเสธการรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานหลักฐานเพียงเพราะเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ เงื่อนไขและขั้นตอนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามระเบียบของสภาทนายความในแต่ละช่วงเวลา หากท่านมีคดีหรือข้อสงสัยเฉพาะตัว ควรปรึกษาทนายความหรือติดต่อสภาทนายความโดยตรง